วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย-นครปฐม
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตั้งอยู่เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กิโลเมตรที่ 31 ตำบลขุนแก้ว เป็นสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสซึ่งมีความสวยงามและเหมือนจริงให้ ความรู้สึกนุ่มนวล ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์และกลุ่มศิลปินไทยซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทย
ก่อตั้งโครงการเมื่อปีพ.ศ.2525 เปิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่าง จัดเป็นห้องแสดงถาวรจำนวน 7 ห้องประกอบด้วยหุ่นชุดต่างๆ ได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีและชุดมุมหนึ่งของชีวิตเป็นการ แสดงชุดหมากรุกไทย ชุดครอบครัวไทย ชุดเลิกทาส เป็นต้น ชั้นบน จัดเป็นห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวชุดต่างๆหมุนเวียนตามความเหมาะสม ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องชุดครูเพลงไทย ชุดบุคคลสำคัญของโลก ชุดวรรณคดีไทย พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ชุดการละเล่นของเด็กไทย ชุดประวัติศาสตร์ไทย พิพิธภัณฑ์ฯ
เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด (จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 08.30-18.00 น.)
เขาวัง - พระนครคีรี
ถ้าจำไม่ผิด การมาเขาวังครั้งนี้คงจะเป็นครั้งที่ 4 เข้าให้แล้ว สองครั้งแรกขึ้นจากทางด้านหลังคือจากด้านรถราง แต่ท่ีต่างไปจากทุกครั้งคือ ครั้งนี้มีเวลาน้อยกว่าทุกครั้ง จึงไปได้ไม่ทั่วถึง จึงขอนำเอาที่ไปที่มาของเขาวังมาว่าไว้สักนิดหนึง ดังนี้
เขาวัง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี
เขาวัง หรือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เป็นสถาน ที่เที่ยวที่สำคัญของเพชรบุรีซึ่งถือได้ว่า เป็นสัญลักษณ์ ของเมืองเพชรบุรี เพราะเมื่อเข้าสูเมืองเพชรบุรี สิ่งที่จะได้เห็นโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล คือ เขาวัง ซึ่งมีเจดีย์และ อาคารสีขาวสะอาดเชาวัง เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 92 เมตร เดิมเรียกว่า เขาสมนหรือเขาคีรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัยที่จะสร้างพระราชวัง สําหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเพชรนิสัยศรีสวัสดิ์ปลัดเมือง เพชรบุรีเป็นนายงานก่อสร้างจนสําเร็จเรียบร้อยเมื่อปีพ.ศ.2403 ทรงพระราชทานนามว่า พระนครคีรี แต่ชาวเมือง เพชรเรียกกันติดปากว่า เขาวัง สืบมาจนบัดนี้
สิ่งที่น่าสนใจบนเขาวัง
เขาวังมีพระที่นั่ง พระตําหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรม ตะวันตกแบบ นิโอคลาสสิคผสมสถาปัตยกรรมจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ ๆ 3 ยอดด้วยกัน ดังนี้
- ยอดเขาด้านทิศตะวันออก บริเวณไหลเขา
เป็นที่ตั้งของ วัดมหาสมณาราม อยู่บริเวณเชิงเขาวัง เดิมชื่อวัดสมณะ หรือ วัดมหาสมน พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งทรงผนวช ต่อมาเมื่อทรงสร้างพระนครคีรีแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัด แห่งนี้ พระราชทานนามว่า วัดมหาสมณาราม เรียกกันโดยทั่วไปว่า วัดเขาวัง ภายในโบสถ์ ฝาผนังทั้ง สี่ด้าน มีภาพ เขียนฝีมือขวัวอินโข่ง ซึ่งเป็นจิตรกรไทยคนแรก ที่ใช้วิธีการเขียนภาพแบบทัศนียวิทยา (perspective) คือ ใช้สีและแสงเงาในการวาด ให้เกิดมิติ มีระยะใกล้-ไกล และแบบภาพมองจากมุมสูง (Birds-eye view) อย่าง ตะวันตก เป็นภาพเขียน เกี่ยวกับการไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา
- ยอดเขาด้านทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้วหรือ วัดพระแก้วน้อย สร้างขึ้นเป็นวัดในเขตพระราชฐาน เช่นเดียวกับวัดพระแก้วใน พระบรมมหาราชวัง สิ่งที่ควรชมภายใน ได้แก่
- เจดีย์แดง ปรางค์จัตุรมุข ทาสีแดงทั้งองค์
- โบสถ์ มีสัดส่วนงดงาม และมีหน้าบันเป็นลวดลายปูนปั้น รูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราประจำรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จัดเป็นงานปูนปั้นที่มีชื่อเสียงชิ้นหนึ่งของเมืองเพชรบุรี
- พระสุทธเสลเจดีย์ เป็นเจดีย์หินอ่อน สีเทาอมเขียว ที่มีประวัติการสร้างอันน่าทึ่ง คือ เมื่อสลักหินอ่อนเป็นชิ้น และประกอบที่เกาะสีชังเสร็จแล้ว ได้รื้อนำลงเรือมาประกอบใหม่บนเขาแห่งนี้
เป็นที่ตั้งของ วัดมหาสมณาราม อยู่บริเวณเชิงเขาวัง เดิมชื่อวัดสมณะ หรือ วัดมหาสมน พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งทรงผนวช ต่อมาเมื่อทรงสร้างพระนครคีรีแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัด แห่งนี้ พระราชทานนามว่า วัดมหาสมณาราม เรียกกันโดยทั่วไปว่า วัดเขาวัง ภายในโบสถ์ ฝาผนังทั้ง สี่ด้าน มีภาพ เขียนฝีมือขวัวอินโข่ง ซึ่งเป็นจิตรกรไทยคนแรก ที่ใช้วิธีการเขียนภาพแบบทัศนียวิทยา (perspective) คือ ใช้สีและแสงเงาในการวาด ให้เกิดมิติ มีระยะใกล้-ไกล และแบบภาพมองจากมุมสูง (Birds-eye view) อย่าง ตะวันตก เป็นภาพเขียน เกี่ยวกับการไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา
- ยอดเขาด้านทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของวัดพระแก้วหรือ วัดพระแก้วน้อย สร้างขึ้นเป็นวัดในเขตพระราชฐาน เช่นเดียวกับวัดพระแก้วใน พระบรมมหาราชวัง สิ่งที่ควรชมภายใน ได้แก่
- เจดีย์แดง ปรางค์จัตุรมุข ทาสีแดงทั้งองค์
- โบสถ์ มีสัดส่วนงดงาม และมีหน้าบันเป็นลวดลายปูนปั้น รูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราประจำรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จัดเป็นงานปูนปั้นที่มีชื่อเสียงชิ้นหนึ่งของเมืองเพชรบุรี
- พระสุทธเสลเจดีย์ เป็นเจดีย์หินอ่อน สีเทาอมเขียว ที่มีประวัติการสร้างอันน่าทึ่ง คือ เมื่อสลักหินอ่อนเป็นชิ้น และประกอบที่เกาะสีชังเสร็จแล้ว ได้รื้อนำลงเรือมาประกอบใหม่บนเขาแห่งนี้
- ยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังพระนครคีรี
เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับอันได้แก่
- พระที่นั่งสันถาคารสถาน เป็นหมู่พระที่นั่งขนาดใหญ่ สำหรับต้อนรับแขกเมืองที่มาพักบนพระนครคีรี มีห้องรับ แขกอยู่ตรงกลาง สองข้างเป็นห้องนอน มีมุขหน้ายื่น
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปัจจุบันเป็นพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์
พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์เป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุด ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องราชูปโภค เช่น พระแท่นบรรทม พระฉาย (กระจกเงา) บานใหญ่ เครื่องมุก เครื่องถ้วยชาม ตุ๊กตาโลหะ ฝีมือช่างยุโรป เป็นต้น
พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ เป็นที่ประดิษฐานพระแท่นบรรทมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ขนาดย่อม สร้างตามคติที่ว่า การสร้างพระราชวังใหญ่ จะต้องมีปราสาท ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แบบที่ เคยทรง ในการเสด็จออกรับทูตานุฑูต
-พระที่นั่งราชธรรมสภา สร้างด้วยศิลปะแบบผสมระหว่างไทย จีน และตะวันตก กล่าวคือ มีรูปทรงอาคารคล้าย เก๋งจีน แต่ตกแต่งตามแบบไทยและตะวันตก
- หอชัชวาลเวียงชัย เป็นหอทรงกลมสูงสองชั้น หลังคาโค้งกรุกระจก สร้างขึ้นเป็นที่ศึกษาและสังเกตการณ์ ทาง ดาราศาสตร์ สามารถชมทิวทัศน์ของเมืองเพชรบุรีได้โดยรอบ ในอดีต เวลากลางคืน จะจุดโคมไฟแขวนไว้ภาย ในโดมกระจก เมื่อมองจากทะเลสามารถเห็นได้แต่ไกล จึงเป็นที่หมายของชาวเรือในการเดิน เรือเข้าอ่าว บ้านแหลมได้อย่างดี
เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับอันได้แก่
- พระที่นั่งสันถาคารสถาน เป็นหมู่พระที่นั่งขนาดใหญ่ สำหรับต้อนรับแขกเมืองที่มาพักบนพระนครคีรี มีห้องรับ แขกอยู่ตรงกลาง สองข้างเป็นห้องนอน มีมุขหน้ายื่น
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ปัจจุบันเป็นพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ และพระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์
พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์เป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุด ภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องราชูปโภค เช่น พระแท่นบรรทม พระฉาย (กระจกเงา) บานใหญ่ เครื่องมุก เครื่องถ้วยชาม ตุ๊กตาโลหะ ฝีมือช่างยุโรป เป็นต้น
พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ เป็นที่ประดิษฐานพระแท่นบรรทมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ขนาดย่อม สร้างตามคติที่ว่า การสร้างพระราชวังใหญ่ จะต้องมีปราสาท ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แบบที่ เคยทรง ในการเสด็จออกรับทูตานุฑูต
-พระที่นั่งราชธรรมสภา สร้างด้วยศิลปะแบบผสมระหว่างไทย จีน และตะวันตก กล่าวคือ มีรูปทรงอาคารคล้าย เก๋งจีน แต่ตกแต่งตามแบบไทยและตะวันตก
- หอชัชวาลเวียงชัย เป็นหอทรงกลมสูงสองชั้น หลังคาโค้งกรุกระจก สร้างขึ้นเป็นที่ศึกษาและสังเกตการณ์ ทาง ดาราศาสตร์ สามารถชมทิวทัศน์ของเมืองเพชรบุรีได้โดยรอบ ในอดีต เวลากลางคืน จะจุดโคมไฟแขวนไว้ภาย ในโดมกระจก เมื่อมองจากทะเลสามารถเห็นได้แต่ไกล จึงเป็นที่หมายของชาวเรือในการเดิน เรือเข้าอ่าว บ้านแหลมได้อย่างดี
- เขายอดกลาง เป็น พระธาตุจอมเพชร
เป็นเจดีย์สีขาว ที่มองเห็นเด่นแต่ไกล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะเจดีย์เก่าที่มีอยู่ก่อน แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ และพระราชทานนามว่า พระธาตุจอมเพชร
เป็นเจดีย์สีขาว ที่มองเห็นเด่นแต่ไกล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะเจดีย์เก่าที่มีอยู่ก่อน แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ และพระราชทานนามว่า พระธาตุจอมเพชร
ข้อมูลจาก http://www.paiduaykan.com/province/central/phetchaburi/khaowang.html
วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ชีวิตคน-ชีวิตวัว
ภาพนี้เก็บตกระหว่างเดินทางกลับจาก ไปทัศนศึกษา เพราะการไปทัศนศึกษาจึงต้องหาความรู้ทุกแง่มุม พอดีจังหวะที่แวะเข้าปั๊ม เพื่อเติมน้ำมัน เห็น "รถบรรทุกวัว" คันหนึ่ง ท่าทางจะนำวัวไปขายหรือไม่ก็ไปซื้อวัวมาจากตลาดนัดที่ใดสักแห่ง ภาพเหล่านี้พอจะหา หรือเห็นได้ไม่ยากนัก วัวที่บรรทุกบนรถ ตัวขนาดนี้ หลายตัวอาจจะหมายถึงใกล้จัสิ้นชีวิตแล้วก็ได้ บางตัวอาจหมายถึงได้ไปมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม มีอาหารบำรุงอย่างดี เพื่อว่าวันข้างหน้า เมื่อขึ้นรถแบบนี้แล้ว จะได้มีรูปร่างที่อ้วนพี นั่นหมายถึงราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ที่ต้องเอารูปนี้มา ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า บางครั้งชีวิตคน ที่ต้องดิ้นรนหากิน ต้องลงทุนกันอย่างที่สุด ทนแม้กระทั้งนอนไปหลับไปกับกลิ่นมูลวัว เขาก็ต้องทน เพราะนี่คือ วงจรชีวิตที่เขาทำเป็นประจำ "วงเวียนชีวิต" ที่หากินกับอีกหลายชีวิต
วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555
เมืองเลย2555
คราวนี้ ตัดสินใจตอนเย็น แล้วออกเดินทางเช้า ทั้งที่เป็น Long week end เพราะมีวันหยุดติดต่อกัน เสาร์ - อาทิตย์ - จันทร์ (วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ) แต่วันเสาร์ติดงานแต่งงานลูกชายเพื่อน เลยต้องออกเดินทางเช้าวันที่ 9 แทน
ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไป "คุนหมิงเมืองไทย" หลายคนเรียกชื่อกันสับสน ในชื่อจริง โดยตอนแรกเคยได่ยินว่า "ผาหินงาม" แต่ความจริงคือ "สวนหินผางาม" ผางามเป็นชื่อสถานที่ ชื่อหมู่บ้าน ถนนจากตัวอำเภอหนองหินเข้าไป 5 กิโลเมตรแรก ไม่ค่อยดีนัก ไม่ค่อยมั่นใจเลย แต่หลังจากนั้นค่อยดีขึ้น ช่วงที่ไปถึงราวสามโมงเช้า มีคนมาชมพอสมควร จอดรถเสร็จ เดินชมถ่ายรูปเล็กน้อย เข้าห้องน้ำ กลับมาที่รถอีกที คราวนี้ คนเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะมี แรลลี่ จากกรุงเทพฯ มาผ่านจุดนี้ด้วย ทำให้บรรยากาศ คึกคักทันที
จากนั้นตั้งใจจะหาข้าวเที่ยงแถวๆ ในเมือง แต่หาร้านที่มีคนแนะนำไม่เจอ เลยมุ่งสู่ เชียงคาน กะว่า จะกิน "กุ้งเต้น" ที่ "แก่งกุคู้" แต่พอไปถึงคนเยอะมาก กุ้งหมด เลยอด ที่มีปัญหาที่สุดคือ หาที่พักไม่ได้จนค่ำ ในที่สุด ตัดสินใจกันว่าจะนอนในรถ จอดรถเสร็จ เดินไปตามถนนคนเดินไป เลยถามบ้านหลังนึ่งที่เห็นคนเดินออกจะขึ้นรถ คุณนานเจ้าของบ้าน ใจดีมาก เดินหาถามเพื่อนบ้านให้จนเราได้ที่พัก ข้างถนนคนเดินนั่นเลย โชคดีมาก ได้เห็นทุกกิจกรรม ยิ่งตอนเช้า นรอใสบาตรกันเต็มไปหมด
อาทิตย์ต้นเดือน อยู่ที่ลาว อาทิตย์นี้ อยู่ที่เลย อาทิตย์หน้าอาจจะเป็นใต้ ก็ได้ ใครจะรู้
วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555
2 ธันวา วันชาติลาว
ความจริงวันนี้ตั้งใจจะมาแค่ เขตปลอดภาษีเท่านั้น เพราะคนออกค่าน้ำมันว่าอย่านั้น ขณะกำลังทำเรื่องผ่านแดนเข้าลาว พวกนายหน้าแถวนั้นถาม ย้งบอกเขาว่า มาแค่ซื้อของ แต่พอเอาเข้าจริง พวกกลับเปลี่ยนใจ เหมารถ เป็นเงินไทย 800 บาท แต่ถ้าคิดเป็นเงิน กีบ เท่าไหร่ครับ ก็เอา 250 คูณดุครับ โอ้โห สองแสน กีบ ปาดโท บ่ย่อย ถามคนจับรถ บางวันได้ถึง สามเที่ยว วันนั้น รับเงิน หกแสน เกินครึ่งล้านไปแล้ว ที่นี่รถส่วนใหญ่ยี่ห้อ ฮุนได ถามว่าทำไม เขาก็ว่า ก็มีแค่ยี่ห้อนี้ รัฐบาลให้มาขาย นอกนั้นไปซื้อจากที่อื่น หรือมือสองจากที่อื่น เมืองโดยทั่วไปยังเหมือนอำเภอนอกๆ บ้านเรา แต่ไม่แออัด ถนน ถือว่ายังแคบอยู่ บ้านเรือนห่างกัน ตึกสูงๆ ไม่ค่อยจะมี มีส่วนที่กำลังสร้างใหม่หลายที่ อาจในนามรัฐบาลสร้าง คงต้องอีกนานกว่าจะเท่าเรา แต่ที่ไกลกว่าเราคือ โทรศัพท์ จะใช้ 4G อยู่แล้ว เพราะ 3G เขาใช้มานานแล้ว
ช่วงที่ไปถึงพระธาตุหลวงเป็นเวลา 12.30 น. เป็นเวลาพักกลางวัน ที่นี่จะปิดไม่ให้เข้าชม เลยต้องถ่ายรูปจากด้านนอก จากนั้นไปวัดศรีสะเกต ที่เป็นเหมมือนพิภิทธภัณฑ์ ทางศาสนาก็ว่าได้ ด้านตรงข้ามคือหอพระแก้ว สำหรับเรื่องหอพระแก้ว ไม่กล้าถามประวัติเขาจริงๆ เพราะเราก็รู้อยู่ว่า เป็นมาอย่าไร
วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
ดอยภูคา-น่าน
เมื่อวันเสาร์ที 24 พฤศจิกายน 2555 ได้ร่วมเดินทาง ร่วมกับคณะครูอาวุโส เพื่อทอดผ้าป่า ที่บ้านน้ำดั้น ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน
เดิมทีถ้าพูดถึงอำเภอปัว ก็จะคุ้นหูสมัยเป็นเด็ก รู้ว่าอำเภอแห่งนี้ เป็นบริเวณที่มีกำลังของ "คอมมิวนิสต์" หรือ เรียกสั้นๆสมัยนั้นว่า "คอมฯ" ได้ยินชื่อจากรายการ "เพื่อนักรบไทยในสมรภูมิ" จัดรายการโดย บรรจง แก้วก่า ทางสถานีวิทยุ แห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น เป็นคลื่นวิทยุ AM ที่ดังมาก ช่วงเย็นๆ ราวห้าโมงเย็น เป็นต้นไป มีแฟนรายการส่งจดหมายเข้าไปขอฟังเพลง มากมาย และมอบให้กับนักรบไทยที่นั่นที่นี่ รวมทั้งที่ อำเภอปัว จังหวัดน่านแห่งนี้ ไม่เคยนึกฝันว่าจะได้มาที่นี่
สำหรับดอยภูคา ยุคนี้มีสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือ "ดอกชมพูภูคา" ที่ว่ากันว่ามีแห่งเดียวนี้เท่านั้น เวลาออกดอก จะออกทั้งต้น ดอกใหญ่สีขาวอมชมพูสวยงาม แต่เสียดาย ยังไม่ถึงฤดูกาลของมัน อย่างน้อยก็ได้เห็นต้นก็ยังดี เลยได้แต่เปิดหารูปในเน็ตชมไปก่อน
ภาพจาก http://www.tripdeedee.com/traveldata/nan/nan08.php
คลิกไปชมภาพดอกชมพูภูคา
ความจริงเตรียมกันไว้ว่าจะไป อำเภอบ่อเกลือ แต่เจอปัญหา วันนั้นฝนตก และมีการสร้างถนนใหม่ จึงไม่สะดวกที่จะไปต่อ วันนั้นจึงต้องลงมานอนที่ ตัวเมืองน่านหาที่พักได้แล้ว ก็ไปไหว้พระธาตุแช่แห้ง ขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองน่านที่วัดพระธาตุเขาน้อย ก่อนจะลงมาเดินชมตลาดถนนคนเดินที่ หัวเวียงใต้
ชอบอย่างหนึ่งที่ ที่นี่จัดไว้คือมีลานปูเสื่อเอาไว้ มีขันโตกตั้งไว้ มีจานไว้บริการ ฟรี แถมมีเพลงพื้นเมืองภาคเหนือฟัง ถ้าดึกหน่อยจะมีการแสดงของเยาวชน และผู้ที่อยากมีส่วนร่วมอีกด้วย
เดิมทีถ้าพูดถึงอำเภอปัว ก็จะคุ้นหูสมัยเป็นเด็ก รู้ว่าอำเภอแห่งนี้ เป็นบริเวณที่มีกำลังของ "คอมมิวนิสต์" หรือ เรียกสั้นๆสมัยนั้นว่า "คอมฯ" ได้ยินชื่อจากรายการ "เพื่อนักรบไทยในสมรภูมิ" จัดรายการโดย บรรจง แก้วก่า ทางสถานีวิทยุ แห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น เป็นคลื่นวิทยุ AM ที่ดังมาก ช่วงเย็นๆ ราวห้าโมงเย็น เป็นต้นไป มีแฟนรายการส่งจดหมายเข้าไปขอฟังเพลง มากมาย และมอบให้กับนักรบไทยที่นั่นที่นี่ รวมทั้งที่ อำเภอปัว จังหวัดน่านแห่งนี้ ไม่เคยนึกฝันว่าจะได้มาที่นี่
สำหรับดอยภูคา ยุคนี้มีสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือ "ดอกชมพูภูคา" ที่ว่ากันว่ามีแห่งเดียวนี้เท่านั้น เวลาออกดอก จะออกทั้งต้น ดอกใหญ่สีขาวอมชมพูสวยงาม แต่เสียดาย ยังไม่ถึงฤดูกาลของมัน อย่างน้อยก็ได้เห็นต้นก็ยังดี เลยได้แต่เปิดหารูปในเน็ตชมไปก่อน
ภาพจาก http://www.tripdeedee.com/traveldata/nan/nan08.php
คลิกไปชมภาพดอกชมพูภูคา
ความจริงเตรียมกันไว้ว่าจะไป อำเภอบ่อเกลือ แต่เจอปัญหา วันนั้นฝนตก และมีการสร้างถนนใหม่ จึงไม่สะดวกที่จะไปต่อ วันนั้นจึงต้องลงมานอนที่ ตัวเมืองน่านหาที่พักได้แล้ว ก็ไปไหว้พระธาตุแช่แห้ง ขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองน่านที่วัดพระธาตุเขาน้อย ก่อนจะลงมาเดินชมตลาดถนนคนเดินที่ หัวเวียงใต้
ชอบอย่างหนึ่งที่ ที่นี่จัดไว้คือมีลานปูเสื่อเอาไว้ มีขันโตกตั้งไว้ มีจานไว้บริการ ฟรี แถมมีเพลงพื้นเมืองภาคเหนือฟัง ถ้าดึกหน่อยจะมีการแสดงของเยาวชน และผู้ที่อยากมีส่วนร่วมอีกด้วย
วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
กรรมการตัดสินงานศิลปะหัตถกรรม ครั้งที่ 62
การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจำปี 2555 สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธมศึกษาเขต 25 ปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2555 ณ สนามแข่งขัน 5 โรงเรียนเหมือนเดิม และปีนี้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตัดสินอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ มีทีมลงทะเบียนแข่งขัน 37 โรง สละสิทธิ์ 3 โรงเรียน บางโรงเรียนลงวินโดว์ไม่ผ่านก็มี เครื่องไม่ผ่านก็มี บางโรงเรียนประกอบลงวินโดว์เร็วมาก แต่คะแนนสอบ ออกมา นิดเดียว อดไปชัยภูมิเลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







